บทที่ 9 ตอนที่ 9
พิมรักจ้ำอ้าวออกมาจากร้านกาแฟด้วยความรีบร้อน และเมื่อออกมาได้ก็ต้องเป่าปากถอนใจออกมาอย่างโล่งอก
ให้ตายเถอะ หล่อนไม่เคยพบเจอผู้ชายคนไหนตื๊อบรรลัยได้เท่ากับอนุชิตมาก่อนเลย กาแฟสามถ้วยนั่งดื่มเสียเกือบสามชั่วโมง หญิงสาวบ่นอย่างหัวเสีย พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูเวลา
“บ่ายสามโมงกว่าแล้วเหรอนี่”
สีหน้าของพิมรักเต็มไปด้วยความวิตกกังวล รีบก้าวออกไปที่ริมถนนเพื่อรอรถแท็กซี่ขับผ่านมา ไม่น่าเชื่อว่าคนอารมณ์ร้อนเช่นหล่อนจะทนนั่งฟังอนุชิตพูดน้ำไหลไฟดับได้นานขนาดนี้ คงเป็นเพราะไม่อยากทำให้มัลลิกาเดือดร้อนนั่นแหละ หล่อนถึงยอมทน
“ไม่เอาอีกแล้วนัดบอด บ้าชะมัด”
หญิงสาวโบกรถแท็กซี่ที่ขับผ่านมาพอดีให้จอด กำลังจะก้มลงบอกจุดหมายกับคนขับแท็กซี่ แต่แขนเล็กกลับถูกกระชากเอาไว้เต็มแรงเสียก่อน จนร่างของหล่อนเสียหลักเซถลาไปด้านหลัง ชนเข้ากับอะไรบางอย่างที่แข็งราวกับแผ่นหิน
“ว้ายยย!...”
หล่อนรีบตั้งสติและเอียงหน้าไปมอง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าเป็นฝีมือของใคร
“นี่นาย...”
ประกายตาบางอย่างในดวงตาสีน้ำเงินเข้มทำให้หล่อนต้องหุบปาก กลืนคำพูดที่เตรียมจะด่าทอ พร้อมกับความหวาดกลัวที่แล่นพล่านอยู่ข้างในอก
“ไม่ยักรู้นะว่าเธอชอบดื่มกาแฟ”
น้ำเสียงของมาริออสขุ่นเขียวและเต็มไปด้วยโทสะ แรงกดหนักหน่วงจากนิ้วเรียวบนแขนของหล่อนทำให้เจ็บร้าวระบม
“นี่ปล่อยฉันนะ”
“อย่ามาทำเป็นปากดี เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว”
พิมรักเชิดหน้าใส่ พลางดิ้นรนสุดแรง แต่ก็ไม่หลุด
“ใครจะพูดกับนาย ไสหัวไปให้พ้น”
แทนที่มาริออสจะไป แต่เขากลับรั้งหล่อนให้เข้าไปแนบชิดมากยิ่งขึ้น จนหล่อนได้กลิ่นกายเซ็กซี่จากเนื้อตัวล่ำสัน พิมรักวิงเวียนและมึนเมา ร่างกายเริ่มร้อนรุ่ม
“ปล่อยฉันนะ”
“บอกแล้วไง ว่าเราต้องคุยกัน” เขาแค่นยิ้มเกรี้ยวกราด “ยาว...”
พยางค์สุดท้ายถูกเน้นออกมาจากลำคอแกร่งแผ่วเบา แต่ดังชัดเจนเต็มสองหูหล่อน
พิมรักรู้สึกสั่นไหวไปทั้งตัว รวมไปทั้งหัวใจด้วย “แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคนป่าเถื่อนอย่างนาย”
หล่อนปฏิเสธทั้งดิ้นรนไปด้วย แต่มาริออสก็ลากหล่อนยัดเข้าไปในรถจนได้ เขาไม่มอบความปรานีใดๆ ให้แก่หล่อนเลย ทุกการกระทำของเขาเต็มไปด้วยความป่าเถื่อนไร้อารยธรรม
“ไอ้คนบ้าอำนาจ!”
คนที่ก้าวขึ้นมานั่งเคียงข้างบนรถ หันใบหน้าหล่อจัดที่เต็มไปด้วยโทสะมาหา ดวงตาสีน้ำเงินเข้มลุกโชนด้วยเปลวไฟ
“แล้วเธอล่ะเป็นอะไร ผู้หญิงร่านใช่ไหม”
เผียะ!
ฝ่ามือเล็กกระแทกลงบนแก้มสากของเจ้าของคำด่าทอเต็มแรง จนใบหน้าหล่อจัดสะบัด และมีรอยนิ้วมือขึ้นเป็นริ้วแดง
มาริออสหันกลับมาจ้องมองเจ้าของฝ่ามือเล็กแต่หนักเอาการด้วยสายตาเดือดดาล
“กล้าดียังไงมาตบหน้าฉัน พิมรัก!”
“ฉันจะทำยิ่งกว่านี้ จะฆ่านายเลยคอยดู ถ้านายพูดจาดูถูกศักดิ์ศรีของฉันอีก นายมาริออส”
ร่องรอยความบูดบึ้งจางหายไป เพราะมีรอยยิ้มหยันขึ้นมาแทนที่ ซึ่งมันยั่วยุโทสะของพิมรักได้มากทีเดียว
“กล้าทำหรือพิมรัก กล้าฆ่าผู้ชายคนแรกของตัวเองเชียวหรือ”
“ไอ้...ไอ้สารเลว อย่าพูดออกมาเด็ดขาดนะ” เนื้อตัวของพิมรักร้อนวูบวาบกับคำแสลงหูที่ได้ยิน “ฉันกับนาย...เราไม่มีอะไรกันทั้งนั้น ฉันเกลียดนาย จำเอาไว้ด้วย!”
“ฉันก็เกลียดเธอ”
“ดี เราเกลียดกันขนาดนี้ แล้วนายมายุ่งกับฉันทำไม มาตามตอแยฉันทำไมอีก” หล่อนถามกลับ ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ และเกิดความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งที่ตัวหล่อนเองก็ยังไม่เข้าใจ
คำว่า ‘เกลียด’ จากปากของมาริออส ทำให้หัวใจของหล่อนเจ็บแปลบขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ
“คิดว่าฉันอยากมาเจอหน้าผู้หญิงประสาท แถมปากร้ายอย่างเธอนักหรือไง”
“ถ้าไม่ใช่ แล้วมาทำไม”
ใบหน้าหล่อจัดของมาริออสโน้มเข้ามาหา มันใกล้มากจนคนที่พยายามเอียงหน้าหนีไปอีกทางได้กลิ่นลมหายใจหอมสะอาดของบุรุษรูปหล่อได้อย่างชัดเจน
โอ้...ทำไมเนื้อตัวของหล่อนถึงได้ร้อนวูบวาบแบบนี้ ทำไมยอดอกถึงได้แข็งชันเป็นตุ่มไต และทำไม...ทำไมที่ซอกขาถึง...
ดวงหน้างามสะบัดแรงๆ ก่อนจะยกสองมือขึ้นยันใบหน้าหล่อเหลาของมาริออสเอาไว้ เมื่อเขาทำท่าจะไม่หยุดแค่ปลายจมูกชนกัน
“ออกไปห่างๆ ฉันนะ”
มาริออสแค่นยิ้มหยัน แววตายังคงเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด “ผู้หญิงอย่างเธอ หวงตัวเป็นด้วยหรือ”
มือเล็กยกขึ้นเตรียมจะฟาดลงบนหน้าของมาริออสอีกครั้ง แต่คราวนี้ชายหนุ่มรวบเอาไว้ได้ทัน และบีบแน่น
“ฉันไม่โง่ให้เธอตบเป็นครั้งที่สองหรอก ผู้หญิงหลายใจ”
“ถ้าไม่อยากให้ฉันตบ นายก็ปล่อยฉันลงไปสิ หรือไม่ก็เลิกด่าทอฉันสักที เพราะฉันไม่ได้เป็นแบบนั้น”
คนฟังเบ้ปากด้วยความชิงชัง “อย่าคิดว่าฉันไม่เห็นเธอกับไอ้หน้าจืดนั่น ปากบอกว่ารักพี่เพนน์ อยากเป็นเมียพี่เพนน์ แต่พออยู่ไกลกันเข้าหน่อย รีบแล่นมาหาผู้ชายถึงที่ นี่ถ้าในร้านกาแฟไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย เธอกับมันก็คงจะเปิดโรงแรมขย่มกันเลยใช่ไหม”
“ไอ้คนหยาบคาย!”
